-

สิ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ควรคำนึงถึงก่อนเริ่มทำธุรกิจ

Posted by admin on Oct 30, 2014 in ธุรกิจ

ผู้ประกอบการรายใหม่ หรือที่เรียกกันว่า Startup

เริ่มสนใจเป็นเจ้าของธุรกิจเองกันมากขึ้น เป็นความฝันของใครหลายคน  และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ล้มเหลวในการทำธุรกิจ เพราะไม่มีคุณสมบัติในการประกอบธุรกิจที่มีส่วนสำคัญ และนำไปต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้ อีกทั้งเป็นสิ่งชี้วัดว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากต้องการให้ธุรกิจมีความสำเร็จในอนาคต ผู้ประกอบการหน้าใหม่ควรรู้ก่อนว่าตนเองต้องการอะไร สำรวจความต้องการของตนเองว่าอะไรคือสิ่งที่มองหาอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังช่วยให้รู้ว่าตนเองมีนิสัยอย่างไร เช่น บางคนต้องการทำบริษัทโฆษณา แต่กลับล้มเหลว เพราะตนเองเป็นคนอารมณ์ร้อน ทำให้การทำงานที่ต้องพบปะลูกค้าไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากจะต้องรู้จักตนเองแล้ว ความรู้ก็เป็นสิ่งสำคัญในการประกอบธุรกิจ เพราะความรู้เป็นใบเบิกทางในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้ประกอบการควรมีความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับกิจการที่ทำ ซึ่งความรู้ที่มีสามารถนำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ และยังสามารถแสวงหาความรู้ได้ตลอดเวลาสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการประกอบธุรกิจ ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ย่อมได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ เพราะมีการคิดค้นใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา สามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้สร้างความน่าสนใจให้กับกิจการได้ ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้ากันมากขึ้น จึงควรนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดในการทำธุรกิจ

เงินทุนเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการประกอบธุรกิจ

หากไร้เงินทุนจะเป็นเรื่องยากในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการที่มีเงินทุนพร้อมอยู่แล้วย่อมได้เปรียบกว่าผู้ที่ต้องหยิบยืมจากสถาบันทางการเงิน เช่น ธนาคารส่วนใหญ่จะปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่มีเงินลงทุนมากกว่า เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีเงินทุนหรือเงินลงทุนน้อย สิ่งที่ขาดไม่นั่นคือความรักในงานที่ทำ ความรักในสิ่งที่จะทำย่อมส่งเสริมให้กิจการไปในทิศทางที่ดี และยังต้องอาศัยความอดทนของเจ้าของกิจการเอง หากเจ้าของกิจการขาดความอดทนคงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ การมีคุณสมบัติที่ดีถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น  หากขาดคุณสมบัติบางประการใดก็จะทำให้ธุรกิจมีจุดอ่อน แต่ทางด้านผู้ประกอบการเองควรมีความใฝ่รู้และฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ

Tags:

 
-

5 เหตุผลที่เหล่า startup ควรลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Posted by admin on Sep 6, 2014 in ธุรกิจ


มีตัวอย่างดีๆ มากมายบนโลกของธุรกิจที่สามารถนำมารวบรวมเป็นกฎ หรือข้อแนะนำในการวางแผนธุรกิจให้ได้อย่างประสบความสำเร็จ แต่กฎเกณฑ์บางข้อก็ไม่ได้เหมาะสมไปกับทุกธุรกิจเสมอไป บางอย่างเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดเล็กพึงกระทำ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกับธุรกิจประเภท startup ด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างผู้ก่อตั้ง startup กับเจ้าของกิจการธุรกิจขนาดเล็ก ที่จะมีเส้นทางไปสู่ความสำเร็จแตกต่างกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักยึดติดใน Silicon Valley ซึ่งเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพวกเขาตัดสินใจที่จะก่อตั้งสำนักงานใหญ่ที่นี่โดยไม่ต้องคิดถึงที่อื่นอีกเลย แต่สำหรับเหล่า startup ส่วนใหญ่นั้น การก่อตั้งที่ Silicon Valley ไม่จำเป็นว่าจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างในทันที และร่ำรวยได้เพียงชั่วข้ามคืน ยิ่งไปกว่านั้น Valley ยังเต็มไปด้วยการแข่งขันตลอดเวลาเพื่อขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในด้านความสามารถและนวัตกรรม แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เหมือนเป็นสงครามของความสามารถที่อาจฆ่าล้าง startup ของคุณได้กว่าทศวรรษ ที่ทั่วโลกมีความต้องการนำเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงมาใช้ร่วมกับการพัฒนาธุรกิจ บริษัท startup ด้านเทคโนโลยีจำนวนมากจึงเริ่มแตกสาขาไปยังเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก เช่น มหานครนิวยอร์ก ลอนดอน เบอร์ลิน ปักกิ่ง และประเทศสิงคโปร์

เหตุผลที่เหล่า startup ควรนำมาพิจารณาในการเปิดสาขาใหม่ หรือก่อตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ โดยจะเน้นไปที่สิงคโปร์ :
1. เป็นแหล่งธุรกิจเงินร่วมลงทุน
ธุรกิจเงินร่วมลงทุนได้หลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้มากขึ้น เป็นเพราะแรงจูงใจที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลของประเทศในแถบนี้เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ส่งผลให้ธุรกิจ startup เกิดขึ้นกว่าพันธุรกิจในระยะเริ่มแรก เห็นได้จากในสิงคโปร์ ช่วง 5 ปีก่อนแทบจะไม่มีนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุนธุรกิจในประเทศนี้เลย

2. ด้วยความสามารถอันโดดเด่นและความวุ่นวายที่น้อยกว่า
จากการร่วมลงทุนที่มีมากขึ้นในภูมิภาคนี้ เปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ในโอกาสครั้งนี้ในการแสดงให้เห็นว่าบริษัทตนดีแค่ไหน แม้ใน Silicon Valley จะพรั่งพร้อมไปด้วยกว่าพันบริษัทที่ทำการรับรองว่าจะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google หรือ Facebook ต่อไปและเสนอขายหุ้นให้กับคุณซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ใจว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ ในขณะเดียวกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขนาดตลาดที่เล็กกว่า ที่จะทำให้เหล่า startup ที่อ่อนแอไม่ได้เตรียมความพร้อมมาอย่างดีจะถูกกำจัดออกไปอย่างรวดเร็ว สามารถแสดงให้เห็นชัดเจนว่าบริษัทที่อยู่รอดคือบริษัทที่แน่จริงคู่ควรแก่การลงทุน อีกประเด็นหนึ่งคือปัญหาการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งสร้างอุปสรรคต่อสหรัฐอเมริกาในการขาดมันสมองชั้นดี ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้อนรับวิศวกรชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก

3. ทำงานหนักและสนุกไปกับวัฒนธรรมท้องที่
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีวิถีการดำเนินชีวิตที่คุณจะต้องหลงใหล คุณสามารถดื่มด่ำในสถานบันเทิงยามค่ำคืนอันยอดเยี่ยมและพักผ่อนบนชายหาดที่สวยที่สุดในโลก วัฒนธรรมท้องถิ่นนี้เป็นหนึ่งในการเติมเต็มชีวิตวันทำงานให้กับคุณได้โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย startup ชาวสิงคโปร์มีค่าเฉลี่ยการทำงานมากกว่าประเทศอื่นในโลก สิ่งนี้ช่วยผลักดันให้บริษัทยกระดับไปสู่จุดสูงสุดที่พวกเขาสามารถทำได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำงานหนักตลอดเวลา เพราะที่เที่ยวกลางคืนก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่นี่ รวมถึงการมีชาดหาดอันสวยงามที่สามารถไปพักผ่อนหย่อนใจได้ทุกเมื่อ

4. มีอัตราการใช้เงินสดต่ำกว่า
อัตรารายได้เสียภาษีของชาวสิงคโปร์เป็นหนึ่งในห้าของ Silicon Valley และโดยปกติจะน้อยกว่าอยู่ 5% เป็นเรื่องงานที่จะรับเงินสดมากกว่าเมื่อเทียบกับใน Valley แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มีข้าวของแพงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่นั่นแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากสำหรับธุรกิจในภูมิภาค

5. เป็นตลาดที่เติบโตเร็ว คู่แข่งจำนวนไม่มาก
เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่ม BRIC (บราซิล รัสเซีย อินเดียและจีน) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าบราซิลและรัสเซีย เติบโตเร็วพอๆ กับจีน ด้วยอัตราการเติบโต 8% ซึ่งยังเร็วกว่าอีก 3 ประเทศที่เหลือ ขณะคนภายนอกไม่ได้ตะหนักถึงความแตกต่างของประเทศในภูมิภาคเอเชียเท่าใดนัก แท้จริงแล้วประเทศในกลุ่มนี้มีความแตกต่างทั้งทางด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่หลายกลุ่ม นำมาซึ่งความหลากหลายของโอกาสในการดำเนินธุรกิจ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังนับว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ยังเจริญเติบโตและมีศักยภาพในการพัฒนาได้อีกไกล อาจจะเทียบเอเชียตะวันออกเฉียงให้ได้กับประเทศจีนเมื่อ 15 ปีก่อน จากพวกที่มาเยือนจีนและตั้งหลักปักฐานทำธุรกิจที่จีน เกือบทั้งหมดของคนกลุ่มนี้เป็นมหาเศรษฐีไปแล้วในปัจจุบัน

Tags: ,

 
-

Startup บทบาทของผู้ประกอบการหน้าใหม่

Posted by admin on Aug 28, 2014 in ธุรกิจ

ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าบทบาทของผู้ประกอบการตั้งต้นใหม่ หรือที่เรียกว่า Startup นั้น ได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภายในปีนี้ โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทุกค่ายต่างหันมาให้ความสำคัญ และช่วยกันสนับสนุนด้วยวิธีที่ต่างกัน เพื่อให้เกิดความคึกคักในตลาดและเปิดโอกาสให้ startup หน้าใหม่ได้กล้าเข้ามาลองเสนอไอเดียกับกลุ่มนักลงทุนมากขึ้น ทำให้ startup ecosystem ในเมืองไทยเริ่มเป็นรูปร่างอย่างเห็นได้ชัดและครบวงจร แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการอีกมาก ที่ยังคงมองหาความช่วยเหลือและการดูแลอย่างต่อเนื่องระยะยาว รวมทั้งการสนับสนุนทางด้านเงินทุนตั้งต้น หรือ pre-seed funding เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่เหล่านั้น ได้เริ่มลงมือทดสอบไอเดีย ว่าสิ่งที่คิดสามารถทำได้จริงและมีกลุ่มเป้าหมายรองรับชัดเจน ดั้งนั้นทางซิป้า ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน ตระหนักถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และมองเห็นว่าการช่วยสนับสนุนในด้านการพัฒนาศักยภาพ การช่วยลงทุน และต่อยอดทางธุรกิจนั้นสำคัญเพียงใดกับธุรกิจตั้งต้นใหม่

คำว่า Business startup เป็นศัพท์ของฝรั่งที่หมายความกว้างๆว่าการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ มันหมายความว่าคนทั่วไปที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากจะลองเริ่มต้นแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงซึ่งก็เข้าสู่กระบวนการนี้ กระบวนการ Start up เริ่มต้นจากคนที่ยังไม่เคยทำเลย ไปจนถึงคนที่เริ่มต้นทำมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไง เพราะงั้น Scope มันก็เริ่มตั้งแต่คนที่ยังไม่ทำ คิดจะทำ หรือทำไปแล้ว หรือว่าถึงจุดๆหนึ่ง ประมาณปี-สองปี ถ้าไม่มีหลักการหรือวิชาการอาจจะเจอปัญหาและไปต่อไม่ได้ ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่สำคัญเพราะว่าธุรกิจที่เริ่มต้นขึ้นมาเองโดยส่วนใหญ่ก็จะหายไปในระยะนี้ พอเริ่มไปปั๊บแล้วไม่ได้มีการคิดไตร่ตรองให้ดี และทำไปตามที่คิดว่าควรจะเป็น ก็จะมีปัญหาร้อยแปดพันเก้าเข้ามา ก็จะต้องออกจากธุรกิจไป ทีนี้กระบวนการ Start Up ช่วยอย่างไร ก็คือช่วยให้คนที่สนใจจะเริ่มต้นหรือเริ่มต้นไปได้ระยะหนึ่งแล้ว 1สามารถเริ่มต้นได้และอยู่รอดไปได้อีก จะเรียกว่าระยะยาวก็ยังไม่ใช่ เพราะต้องต่อด้วย Level Up อีก หลักก็คือเริ่มต้นไม่ได้ก็ให้เริ่มต้นได้ เริ่มต้นได้ก็ให้ไปต่อได้

กระบวนการตรงนี้ถามว่าจำเป็นมากน้อยขนาดไหน ก็ขอเรียนว่าที่ผ่านมาโดยปกติธรรมชาติของการเริ่มต้นธุรกิจตามสถิติ ถึงไม่ได้ทำเรื่อง Start Up ก็มีคนทำธุรกิจอยู่แล้ว มีคนเริ่มต้นธุรกิจอยู่แล้วประมาณ 40,000 -50,000 ราย/ปี ในจำนวนนี้อีกไม่นานก็จะหายไป และก็ในแต่ละปีก็จะมีธุรกิจที่จากไปในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ากัน คืออาจจะมีเริ่มต้นระดับหนึ่ง แล้วก็หายไป บางทีก็ครึ่งนึง บางทีก็มากกว่านั้น  “การพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีสมรรถนะเชิงเศรษฐกิจ เป็นแนวคิด ทฤษฎีหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระ เราใช้กลยุทธ์ของ CEFE มาปรับใช้ ซึ่งแนวคิดนี้จะช่วยให้คนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจ คิดเริ่มต้นจากการประเมินตนเอง พอประเมินตัวเองว่ามีความพร้อมขนาดไหน ก็จะไปสู่ขั้นตอนการหา Business Idea คือแนวคิดธุรกิจที่แข่งขันได้ พอหาแนวคิดได้แล้วก็จะมีการทำรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น จะคิดในเชิงที่เรียกว่า Business Model คือจะบอกว่าธุรกิจที่เราหาแนวคิดมานี้ มันมีเค้าโครงยังไง เหมือนกับการทำแบบร่างของอาคารขึ้นมา แล้วมาดูว่าแบบร่างมันพอเหมาะพอเจาะยังไงรึเปล่า ถ้าเห็นว่าโอเคก็จะไปทำขั้นตอนต่อไปที่เรียกว่าแผนธุรกิจ Business Plan คือการทำรายละเอียด ซึ่งจะต้องมีการทดสอบอะไรหลายๆอย่าง เช่น การพิจารณาเรื่องการเงินว่าสมดุลเหมาะสมไหม จะต้องหาเงินจากแหล่งภายนอกไหม จะต้องหาเท่าไหร่ พอได้แผนธุรกิจก็ยังไม่จบกระบวนการ Start Up เราจะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่จะช่วยในเชิงลึกได้ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะให้ไปคุยกับสถาบันการเงิน ซึ่งเราจะประสานกับสถาบันการเงินเช่น SMEs Bank ธนาคารรัฐ/เอกชนต่างๆ และช่วยหาช่องทางการขายให้ด้วย แล้วเราก็มีกระบวนการติดตามผลว่าเขาทำไปแล้วมีปัญหา ติดขัดอะไร สมัยนานมาแล้วเรามีกระบวนการอบรมการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเริ่มต้นธุรกิจ เช่น การทำ contact กับลูกค้า การขาย การเจรจาต่อรอง มันเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะเจอตอนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจจริง เราก็จะเตรียมหลักสูตรมาตรฐานพวกนี้มาให้เขาเลือก shop สมัยก่อนเราเรียกว่า ตลาดวิชา SMEs เป็นเรื่องๆไป ที่แก้ปัญหาเฉพาะเรื่องไป เป็นบริการที่เสริมเข้ามา โดยปรกติบริการ Start Up ก็จะจบลงตรงนี้

Tags:

 
-

สิ่งที่ SME Startup จำเป็นต้องเรียนรู้ในการประกอบธุรกิจ

Posted by admin on Jul 30, 2014 in ธุรกิจ

drexelentrepreneurs
การวางแผนในการดำเนินธุรกิจที่ดีต้องมีความรู้ด้านการตลาด หรือสภาวะการแข่งขัน และแผนการเงิน เพื่อพิจารณาว่าผู้ประกอบการมีการบริหารจัดการที่ดีเพียงใด มีการบริหารต้นทุน การหารายได้ มีผลกำไรของธุรกิจโดยเฉพาะเรื่องของเงินสด ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญของความอยู่รอดของธุรกิจ การทำธุรกิจก็เปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ และยังก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาซึ่งการแข่งขันกันในตลาดมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ดังนี้

1.มีความชื่นชอบ ต้องมีความอดทนและเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่มันใช่และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ชอบจริงๆ

2.กำหนดตลาดให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ผิดพลาดกันมากที่สุด ดังนั้นการเริ่มต้นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่สมจริง เช่น ถ้าเป็นธุรกิจเริ่มต้นที่มีขนาดเล็กและยังเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาอยู่การมองหาเป้าหมายที่เป็นคนพื้นที่หรือเพื่อนนักเรียน นักศึกษาด้วยกัน ถือเป็นทางเลือกที่ดี

3.ราคาสินค้า การตั้งราคาของสินค้าหรือบริการสำหรับธุรกิจใหม่ๆ โดยไม่ศึกษาข้อมูลตลาดให้ถี่ถ้วน นั้นเป็นการเสี่ยงในการทำธุรกิจ

4.ความซื่อสัตย์ ถ้าไม่ซื่อสัตย์กับการทำธุรกิจอาจเสียลูกค้าไปได้ง่ายๆ เช่น โฆษณาว่าสินค้าใช้วัสดุชั้นดี แต่ในความจริงใช้วัสดุเกรดต่ำกว่าที่พูด ในส่วนนี้จะทำให้สูญเสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย

5.ใช้โซเชียลมีเดียอย่างเหมาะสม ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มักใช้การตลาดออนไลน์ สิ่งสำคัญคือการคิดให้รอบคอบก่อนใช้โซเชียลมีเดียว่าจะใช้อย่างไร และนำเสนออะไรลงไปบ้าง

6.การประชาสัมพันธ์ สำหรับการประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิมหรือการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวให้กับฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญราคาถูกกว่าไปลงโฆษณาบนโทรทัศน์

7.มองหาผู้ให้คำปรึกษา ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อาจจะมีความชำนาญทางด้านเทคโนโลยี แต่ต้องอย่าลืมว่าผู้ประกอบการรุ่นเก่านั้นมีประสบการณ์มากกว่า การจะไปสู้ไปกับแบรนด์ที่มีอยู่เดิมหรือการจะเข้าไปแชร์ตลาดคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้ให้คำปรึกษาเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง

สำหรับผู้ประกอบการที่คิดจะลงทุนทำธุรกิจควรจะศึกษาข้อมูลการทำธุรกิจต่างๆอย่างถี่ถ้วนก่อนลงมือทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียงบประมาณที่ลงทุนไป

Tags: , ,

 
-

STARTUP เทรนด์ร้อน เทรนด์ยอดนิยมธุรกิจเกิดใหม่

Posted by admin on Jun 23, 2014 in ธุรกิจ

‘สตาร์ทอัพ’โมเดลแจ้งเกิด ธุรกิจพันธุ์เล็กจากทุนใหญ่ กระแสร้อนที่ลามจากยุโรป-สหรัฐฯ มายัง”อาเซียน”ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อยากเป็นนายตัวเอง จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในไทย มีถึงประมาณ 73 ล้านเลขหมาย (ปี 2555) ฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 25 ล้านคน ขณะที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมีมากถึง 20 ล้านคน !

“กรุงเทพฯ” กลายเป็นเมืองหลวงของ Facebook ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก (11.8 ล้านคน) ประเทศไทยมีผู้ใช้งาน Application ที่ชื่อ Line มากเป็นอันดับ 2 ของโลก (15 ล้านคน) สนามบินสุวรรณภูมิ ได้รับการจัดอันดับเป็น The World’s Most Instagram Popular Destination 2012 ขณะที่ประเทศไทยยังติดอันดับ 15 ประเทศแรกในโลกสำหรับตลาดของ Mobile Application และเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!

นี่คือแรงผลักสำคัญ ดันให้ “ธุรกิจเกิดใหม่” หรือ สตาร์ทอัพ (Startup) ในกลุ่มดิจิทัลของไทย ที่ “หอมหวานสุดๆ” โดยมีกลุ่มทุนไทย-เทศ เป็นแหล่งทุนสำคัญ ในการ “สานฝัน” ปั้นธุรกิจให้กับเหล่าสตาร์ทอัพเหล่านี้

“เมื่อก่อนวงการสตาร์ทอัพ บ้านเรายังเล็กมาก ไม่ค่อยโต เพราะหนึ่งเลยนักลงทุนยังไม่ค่อยมอง และสอง คนมาทำก็ยังน้อย อย่างกิจกรรมที่จัดสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพ แทบไม่มีเลย แต่ปีที่แล้วจนมาปีนี้มีอีเวนท์สตาร์ทอัพเกิดขึ้นเยอะมาก เรียกว่าโตเป็น 2-3 เท่า เป็นเทรนด์ที่ร้อนแรงจริงๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน”

กับธรรมชาติของธุรกิจที่ เริ่มง่าย ต้นทุนต่ำ อาศัยความคิดเป็นหลัก สามารถเริ่มได้จากคนคนเดียว แถมยังโตเร็ว (High Growth) และสร้างมูลค่าได้มาก เลยยิ่งปลุกความสนใจจากทั้ง “คนทำ” และ “แหล่งทุน” ให้โดดเข้าใส่

บวกกับอานิสงส์จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกซบ จนเกิดการย้ายฐานของแหล่งเงินจากกลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนักจากทั่วโลก มาสู่ขุมทรัพย์ผืนใหม่
แน่นอนว่านาทีนี้คงไม่มีที่ไหนหอมหวานเท่า “อาเซียน” !! เริ่มที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย จนมาเวียดนาม ของไทยนี่เข้ามาทีหลังด้วยซ้ำ ซึ่งกลุ่มสตาร์ทอัพในภูมิภาคเติบโตสูงมาก ผมว่าเงินที่ไหลมาเป็นระดับหลายหมื่นล้านบาท เอาเฉพาะกองทุนที่มีอยู่ในไทยเวลานี้ก็ไม่น่าจะต่ำกว่าหมื่นล้านบาทแล้วที่ ลงทุนในสตาร์ทอัพ”เวลาเดียวกับการจัดกิจกรรมแข่งขัน

สร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศ ตั้งแต่ Echelon, DevFest, Startup Weekend และ AngelHack ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรมระดับโลก เพื่อให้กลุ่มสตาร์ทอัพในไทย ได้ขายไอเดียให้กับนักลงทุน ซึ่งพบว่า มีทั้งผู้สนใจในธุรกิจสตาร์ทอัพ และกลุ่มนักลงทุนทั่วโลก ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“ตอนนี้สตาร์ทอัพบ้านเรากำลังบูมอย่างมาก ที่ยุโรปก็บูม แต่สู้ภูมิภาคเราไม่ได้ เขามีปัญหาเพราะค่าตัวแพง คิดดูว่าให้เงินหนึ่งล้านบาทที่นี่ กับหนึ่งล้านบาทที่ยุโรปคุณค่ามันต่างกัน หนึ่งล้านบาทที่นี่อาจจะให้รีเทิร์นกลับมาเร็วกว่า ขณะที่เขามองต่อไปอีกว่า ที่โน่นแม้ทำธุรกิจเกิด แต่คนไม่มีตังค์ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ฉะนั้นรีเทิร์นก็จะไม่ดีตามไปด้วย แต่ภูมิภาคเราคนมีตังค์ พร้อมที่จะซื้อ พร้อมที่จะจ่าย

Tags: , ,

Copyright © 2014 การทำธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจเป็นผู้เริ่มลงมือทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนขยายตัวให้ใหญ่ All rights reserved. Theme by Rankerz SEO Company