-

เช็คตัวเองก่อนที่จะเข้าสู่ผู้ประกอบการธุรกิจ Startup

Posted by admin on Nov 17, 2014 in ธุรกิจ

การเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่งานง่าย ไม่อย่างนั้นทุกคนก็คงจะประสบความสำเร็จกันหมด นอกจากการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว ก็ยังต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ และนี่คือสิ่งสำคัญ 5 อย่างที่คุณควรจะเช็คดีๆ ว่าตัวเองมีครบหรือยังก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของ startup

1. งบประมาณส่วนตัวที่ใช้ได้จริง

การเริ่มทำ startup คุณต้องจ่ายเงินให้คนอื่นก่อนที่จะจ่ายให้ตัวเอง ถ้าธุรกิจไม่มีเงินมาหล่อเลี้ยงในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงที่ยังทำรายได้ไม่มากนัก (โดยทั่วไปแล้วก็จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี กว่าจะอยู่ตัว) ก็มีโอกาสที่ธุรกิจจะพังได้ง่ายมาก เพราะ startup เล็กๆ ไม่มีเงินถุงเงินถังเหมือนธุรกิจเชนใหญ่ๆ ที่พูดกันถึงเงินหลักหลายล้าน

นั่นแปลว่าคุณจะต้องลดการใช้จ่ายส่วนตัวลงไปให้อยู่ในจำนวนที่น้อยที่สุดที่ทำให้ดำรงชีพอยู่ได้ เช่น จ่ายหนี้ให้หมด ใช้รถสาธารณะ เป็นต้น เรียกว่าทำยังไงก็ได้ให้มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวน้อยที่สุด หรือใช้เฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น

2. เงินในบัญชีธนาคาร

จำนวนเงินที่นอนนิ่งๆ ในบัญชีธนาคารควรจะมีพอให้นำมาใช้จ่ายในช่วงคับขันได้สัก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย สำหรับคนที่ได้รับการสนับสนุนเรื่องเงินหรือมีงานประจำทำควบคู่ไปด้วยก็อาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มากนัก

3. แผนการตลาด

startup หลายๆ แห่งเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าคนกลุ่มไหนบ้างที่จะมาเป็นลูกค้า หรือมีใครบ้างที่ต้องการผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งมันทำให้ธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง

ดังนั้น อย่าลืมเตรียมงบไว้สำหรับทำการตลาด ในระยะแรกมันอาจจะไม่ต้องเป็นเงินก้อนใหญ่มากนักก็ได้ แต่มันต้องไม่ใช่ศูนย์ ถ้าอยากให้ธุรกิจเป็นที่สนใจของกลุ่มเป้าหมาย

4. กลยุทธ์การขาย

ทันทีที่ผู้คนรู้จักธุรกิจของคุณ หรือเริ่มสนใจอยากเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ คุณต้องมีกลยุทธ์ที่ว่าด้วยเรื่องวิธีปิดการขาย รวมไปถึงสร้างระบบที่รองรับการขาย เช่น วิธีแนะนำผลิตภัณฑ์ สัญญาซื้อขาย ข้อเสนอการขาย และอะไรก็ตามที่จะช่วยส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ไปอยู่ในมือของคนที่ยินดีจ่ายเพื่อมัน

เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยเห็นโฆษณาสินค้าหรืออาจจะเคยได้ยินคนรอบตัวพูดถึงสินค้าบางอย่างที่เร้าความสนใจของเรา แต่เมื่อลองไปค้นข้อมูลดูแล้วพบว่าหาซื้อไม่ได้ง่ายๆ แบบนี้ก็ถือว่าเสียโอกาสทางการตลาดไปแบบเต็มๆ

5. ความอึด

คุณจะต้องทำงานหนักมากเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ไม่มีคำว่าเสาร์อาทิตย์ และคุณคงจะไม่ตื่นเต้นกับ Friday night เหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป เพราะทั้ง 7 วันคือวันทำงาน ดังนั้น ถ้าคุณยังต้องรับมือกับปัญหาอื่นๆ (เช่น ครอบครัว) หรือยังไม่พร้อมที่จะโหมงานหนัก ก็อย่าเพิ่งเริ่มมันเลยดีกว่า

แน่นอนว่าการเริ่มทำธุรกิจต้องทำให้คุณไม่ค่อยว่าง เพราะต้องวุ่นวายกับการขยายธุรกิจ และการตลาด คุณจะต้องอุทิศตนและเสียสละ เช่น ทำงานรวดเดียว 12 ชั่วโมงต่อวัน หรือการนั่งซดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูประหว่างนั่งทำงานไปด้วยทุกวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ มันก็มีโอกาสที่ธุรกิจจะทำรายได้สูงขึ้น ความพยายามที่ทุ่มเทลงไปตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจะให้ผลตอบแทนที่มีคุณค่าอย่างแน่นอน

Tags: ,

 
-

สิ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ควรคำนึงถึงก่อนเริ่มทำธุรกิจ

Posted by admin on Oct 30, 2014 in ธุรกิจ

ผู้ประกอบการรายใหม่ หรือที่เรียกกันว่า Startup

เริ่มสนใจเป็นเจ้าของธุรกิจเองกันมากขึ้น เป็นความฝันของใครหลายคน  และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ล้มเหลวในการทำธุรกิจ เพราะไม่มีคุณสมบัติในการประกอบธุรกิจที่มีส่วนสำคัญ และนำไปต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้ อีกทั้งเป็นสิ่งชี้วัดว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากต้องการให้ธุรกิจมีความสำเร็จในอนาคต ผู้ประกอบการหน้าใหม่ควรรู้ก่อนว่าตนเองต้องการอะไร สำรวจความต้องการของตนเองว่าอะไรคือสิ่งที่มองหาอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังช่วยให้รู้ว่าตนเองมีนิสัยอย่างไร เช่น บางคนต้องการทำบริษัทโฆษณา แต่กลับล้มเหลว เพราะตนเองเป็นคนอารมณ์ร้อน ทำให้การทำงานที่ต้องพบปะลูกค้าไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากจะต้องรู้จักตนเองแล้ว ความรู้ก็เป็นสิ่งสำคัญในการประกอบธุรกิจ เพราะความรู้เป็นใบเบิกทางในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้ประกอบการควรมีความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับกิจการที่ทำ ซึ่งความรู้ที่มีสามารถนำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ และยังสามารถแสวงหาความรู้ได้ตลอดเวลาสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการประกอบธุรกิจ ผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ย่อมได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ เพราะมีการคิดค้นใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา สามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้สร้างความน่าสนใจให้กับกิจการได้ ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้ากันมากขึ้น จึงควรนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดในการทำธุรกิจ

เงินทุนเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการประกอบธุรกิจ

หากไร้เงินทุนจะเป็นเรื่องยากในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการที่มีเงินทุนพร้อมอยู่แล้วย่อมได้เปรียบกว่าผู้ที่ต้องหยิบยืมจากสถาบันทางการเงิน เช่น ธนาคารส่วนใหญ่จะปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่มีเงินลงทุนมากกว่า เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีเงินทุนหรือเงินลงทุนน้อย สิ่งที่ขาดไม่นั่นคือความรักในงานที่ทำ ความรักในสิ่งที่จะทำย่อมส่งเสริมให้กิจการไปในทิศทางที่ดี และยังต้องอาศัยความอดทนของเจ้าของกิจการเอง หากเจ้าของกิจการขาดความอดทนคงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ การมีคุณสมบัติที่ดีถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น  หากขาดคุณสมบัติบางประการใดก็จะทำให้ธุรกิจมีจุดอ่อน แต่ทางด้านผู้ประกอบการเองควรมีความใฝ่รู้และฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ

Tags:

 
-

5 เหตุผลที่เหล่า startup ควรลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Posted by admin on Sep 6, 2014 in ธุรกิจ


มีตัวอย่างดีๆ มากมายบนโลกของธุรกิจที่สามารถนำมารวบรวมเป็นกฎ หรือข้อแนะนำในการวางแผนธุรกิจให้ได้อย่างประสบความสำเร็จ แต่กฎเกณฑ์บางข้อก็ไม่ได้เหมาะสมไปกับทุกธุรกิจเสมอไป บางอย่างเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดเล็กพึงกระทำ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกับธุรกิจประเภท startup ด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างผู้ก่อตั้ง startup กับเจ้าของกิจการธุรกิจขนาดเล็ก ที่จะมีเส้นทางไปสู่ความสำเร็จแตกต่างกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักยึดติดใน Silicon Valley ซึ่งเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยพวกเขาตัดสินใจที่จะก่อตั้งสำนักงานใหญ่ที่นี่โดยไม่ต้องคิดถึงที่อื่นอีกเลย แต่สำหรับเหล่า startup ส่วนใหญ่นั้น การก่อตั้งที่ Silicon Valley ไม่จำเป็นว่าจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างในทันที และร่ำรวยได้เพียงชั่วข้ามคืน ยิ่งไปกว่านั้น Valley ยังเต็มไปด้วยการแข่งขันตลอดเวลาเพื่อขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในด้านความสามารถและนวัตกรรม แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เหมือนเป็นสงครามของความสามารถที่อาจฆ่าล้าง startup ของคุณได้กว่าทศวรรษ ที่ทั่วโลกมีความต้องการนำเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูงมาใช้ร่วมกับการพัฒนาธุรกิจ บริษัท startup ด้านเทคโนโลยีจำนวนมากจึงเริ่มแตกสาขาไปยังเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก เช่น มหานครนิวยอร์ก ลอนดอน เบอร์ลิน ปักกิ่ง และประเทศสิงคโปร์

เหตุผลที่เหล่า startup ควรนำมาพิจารณาในการเปิดสาขาใหม่ หรือก่อตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ โดยจะเน้นไปที่สิงคโปร์ :
1. เป็นแหล่งธุรกิจเงินร่วมลงทุน
ธุรกิจเงินร่วมลงทุนได้หลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้มากขึ้น เป็นเพราะแรงจูงใจที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลของประเทศในแถบนี้เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ส่งผลให้ธุรกิจ startup เกิดขึ้นกว่าพันธุรกิจในระยะเริ่มแรก เห็นได้จากในสิงคโปร์ ช่วง 5 ปีก่อนแทบจะไม่มีนักลงทุนเข้ามาร่วมลงทุนธุรกิจในประเทศนี้เลย

2. ด้วยความสามารถอันโดดเด่นและความวุ่นวายที่น้อยกว่า
จากการร่วมลงทุนที่มีมากขึ้นในภูมิภาคนี้ เปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงความสามารถอันโดดเด่นจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ในโอกาสครั้งนี้ในการแสดงให้เห็นว่าบริษัทตนดีแค่ไหน แม้ใน Silicon Valley จะพรั่งพร้อมไปด้วยกว่าพันบริษัทที่ทำการรับรองว่าจะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google หรือ Facebook ต่อไปและเสนอขายหุ้นให้กับคุณซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ใจว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ ในขณะเดียวกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขนาดตลาดที่เล็กกว่า ที่จะทำให้เหล่า startup ที่อ่อนแอไม่ได้เตรียมความพร้อมมาอย่างดีจะถูกกำจัดออกไปอย่างรวดเร็ว สามารถแสดงให้เห็นชัดเจนว่าบริษัทที่อยู่รอดคือบริษัทที่แน่จริงคู่ควรแก่การลงทุน อีกประเด็นหนึ่งคือปัญหาการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งสร้างอุปสรรคต่อสหรัฐอเมริกาในการขาดมันสมองชั้นดี ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้อนรับวิศวกรชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก

3. ทำงานหนักและสนุกไปกับวัฒนธรรมท้องที่
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีวิถีการดำเนินชีวิตที่คุณจะต้องหลงใหล คุณสามารถดื่มด่ำในสถานบันเทิงยามค่ำคืนอันยอดเยี่ยมและพักผ่อนบนชายหาดที่สวยที่สุดในโลก วัฒนธรรมท้องถิ่นนี้เป็นหนึ่งในการเติมเต็มชีวิตวันทำงานให้กับคุณได้โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย startup ชาวสิงคโปร์มีค่าเฉลี่ยการทำงานมากกว่าประเทศอื่นในโลก สิ่งนี้ช่วยผลักดันให้บริษัทยกระดับไปสู่จุดสูงสุดที่พวกเขาสามารถทำได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำงานหนักตลอดเวลา เพราะที่เที่ยวกลางคืนก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่นี่ รวมถึงการมีชาดหาดอันสวยงามที่สามารถไปพักผ่อนหย่อนใจได้ทุกเมื่อ

4. มีอัตราการใช้เงินสดต่ำกว่า
อัตรารายได้เสียภาษีของชาวสิงคโปร์เป็นหนึ่งในห้าของ Silicon Valley และโดยปกติจะน้อยกว่าอยู่ 5% เป็นเรื่องงานที่จะรับเงินสดมากกว่าเมื่อเทียบกับใน Valley แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มีข้าวของแพงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่นั่นแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากสำหรับธุรกิจในภูมิภาค

5. เป็นตลาดที่เติบโตเร็ว คู่แข่งจำนวนไม่มาก
เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่ม BRIC (บราซิล รัสเซีย อินเดียและจีน) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าบราซิลและรัสเซีย เติบโตเร็วพอๆ กับจีน ด้วยอัตราการเติบโต 8% ซึ่งยังเร็วกว่าอีก 3 ประเทศที่เหลือ ขณะคนภายนอกไม่ได้ตะหนักถึงความแตกต่างของประเทศในภูมิภาคเอเชียเท่าใดนัก แท้จริงแล้วประเทศในกลุ่มนี้มีความแตกต่างทั้งทางด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่หลายกลุ่ม นำมาซึ่งความหลากหลายของโอกาสในการดำเนินธุรกิจ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังนับว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ยังเจริญเติบโตและมีศักยภาพในการพัฒนาได้อีกไกล อาจจะเทียบเอเชียตะวันออกเฉียงให้ได้กับประเทศจีนเมื่อ 15 ปีก่อน จากพวกที่มาเยือนจีนและตั้งหลักปักฐานทำธุรกิจที่จีน เกือบทั้งหมดของคนกลุ่มนี้เป็นมหาเศรษฐีไปแล้วในปัจจุบัน

Tags: ,

 
-

Startup บทบาทของผู้ประกอบการหน้าใหม่

Posted by admin on Aug 28, 2014 in ธุรกิจ

ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าบทบาทของผู้ประกอบการตั้งต้นใหม่ หรือที่เรียกว่า Startup นั้น ได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภายในปีนี้ โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทุกค่ายต่างหันมาให้ความสำคัญ และช่วยกันสนับสนุนด้วยวิธีที่ต่างกัน เพื่อให้เกิดความคึกคักในตลาดและเปิดโอกาสให้ startup หน้าใหม่ได้กล้าเข้ามาลองเสนอไอเดียกับกลุ่มนักลงทุนมากขึ้น ทำให้ startup ecosystem ในเมืองไทยเริ่มเป็นรูปร่างอย่างเห็นได้ชัดและครบวงจร แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการอีกมาก ที่ยังคงมองหาความช่วยเหลือและการดูแลอย่างต่อเนื่องระยะยาว รวมทั้งการสนับสนุนทางด้านเงินทุนตั้งต้น หรือ pre-seed funding เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่เหล่านั้น ได้เริ่มลงมือทดสอบไอเดีย ว่าสิ่งที่คิดสามารถทำได้จริงและมีกลุ่มเป้าหมายรองรับชัดเจน ดั้งนั้นทางซิป้า ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน ตระหนักถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และมองเห็นว่าการช่วยสนับสนุนในด้านการพัฒนาศักยภาพ การช่วยลงทุน และต่อยอดทางธุรกิจนั้นสำคัญเพียงใดกับธุรกิจตั้งต้นใหม่

คำว่า Business startup เป็นศัพท์ของฝรั่งที่หมายความกว้างๆว่าการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ มันหมายความว่าคนทั่วไปที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากจะลองเริ่มต้นแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงซึ่งก็เข้าสู่กระบวนการนี้ กระบวนการ Start up เริ่มต้นจากคนที่ยังไม่เคยทำเลย ไปจนถึงคนที่เริ่มต้นทำมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไง เพราะงั้น Scope มันก็เริ่มตั้งแต่คนที่ยังไม่ทำ คิดจะทำ หรือทำไปแล้ว หรือว่าถึงจุดๆหนึ่ง ประมาณปี-สองปี ถ้าไม่มีหลักการหรือวิชาการอาจจะเจอปัญหาและไปต่อไม่ได้ ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่สำคัญเพราะว่าธุรกิจที่เริ่มต้นขึ้นมาเองโดยส่วนใหญ่ก็จะหายไปในระยะนี้ พอเริ่มไปปั๊บแล้วไม่ได้มีการคิดไตร่ตรองให้ดี และทำไปตามที่คิดว่าควรจะเป็น ก็จะมีปัญหาร้อยแปดพันเก้าเข้ามา ก็จะต้องออกจากธุรกิจไป ทีนี้กระบวนการ Start Up ช่วยอย่างไร ก็คือช่วยให้คนที่สนใจจะเริ่มต้นหรือเริ่มต้นไปได้ระยะหนึ่งแล้ว 1สามารถเริ่มต้นได้และอยู่รอดไปได้อีก จะเรียกว่าระยะยาวก็ยังไม่ใช่ เพราะต้องต่อด้วย Level Up อีก หลักก็คือเริ่มต้นไม่ได้ก็ให้เริ่มต้นได้ เริ่มต้นได้ก็ให้ไปต่อได้

กระบวนการตรงนี้ถามว่าจำเป็นมากน้อยขนาดไหน ก็ขอเรียนว่าที่ผ่านมาโดยปกติธรรมชาติของการเริ่มต้นธุรกิจตามสถิติ ถึงไม่ได้ทำเรื่อง Start Up ก็มีคนทำธุรกิจอยู่แล้ว มีคนเริ่มต้นธุรกิจอยู่แล้วประมาณ 40,000 -50,000 ราย/ปี ในจำนวนนี้อีกไม่นานก็จะหายไป และก็ในแต่ละปีก็จะมีธุรกิจที่จากไปในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ากัน คืออาจจะมีเริ่มต้นระดับหนึ่ง แล้วก็หายไป บางทีก็ครึ่งนึง บางทีก็มากกว่านั้น  “การพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีสมรรถนะเชิงเศรษฐกิจ เป็นแนวคิด ทฤษฎีหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระ เราใช้กลยุทธ์ของ CEFE มาปรับใช้ ซึ่งแนวคิดนี้จะช่วยให้คนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจ คิดเริ่มต้นจากการประเมินตนเอง พอประเมินตัวเองว่ามีความพร้อมขนาดไหน ก็จะไปสู่ขั้นตอนการหา Business Idea คือแนวคิดธุรกิจที่แข่งขันได้ พอหาแนวคิดได้แล้วก็จะมีการทำรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น จะคิดในเชิงที่เรียกว่า Business Model คือจะบอกว่าธุรกิจที่เราหาแนวคิดมานี้ มันมีเค้าโครงยังไง เหมือนกับการทำแบบร่างของอาคารขึ้นมา แล้วมาดูว่าแบบร่างมันพอเหมาะพอเจาะยังไงรึเปล่า ถ้าเห็นว่าโอเคก็จะไปทำขั้นตอนต่อไปที่เรียกว่าแผนธุรกิจ Business Plan คือการทำรายละเอียด ซึ่งจะต้องมีการทดสอบอะไรหลายๆอย่าง เช่น การพิจารณาเรื่องการเงินว่าสมดุลเหมาะสมไหม จะต้องหาเงินจากแหล่งภายนอกไหม จะต้องหาเท่าไหร่ พอได้แผนธุรกิจก็ยังไม่จบกระบวนการ Start Up เราจะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่จะช่วยในเชิงลึกได้ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะให้ไปคุยกับสถาบันการเงิน ซึ่งเราจะประสานกับสถาบันการเงินเช่น SMEs Bank ธนาคารรัฐ/เอกชนต่างๆ และช่วยหาช่องทางการขายให้ด้วย แล้วเราก็มีกระบวนการติดตามผลว่าเขาทำไปแล้วมีปัญหา ติดขัดอะไร สมัยนานมาแล้วเรามีกระบวนการอบรมการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเริ่มต้นธุรกิจ เช่น การทำ contact กับลูกค้า การขาย การเจรจาต่อรอง มันเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะเจอตอนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจจริง เราก็จะเตรียมหลักสูตรมาตรฐานพวกนี้มาให้เขาเลือก shop สมัยก่อนเราเรียกว่า ตลาดวิชา SMEs เป็นเรื่องๆไป ที่แก้ปัญหาเฉพาะเรื่องไป เป็นบริการที่เสริมเข้ามา โดยปรกติบริการ Start Up ก็จะจบลงตรงนี้

Tags:

 
-

สิ่งที่ SME Startup จำเป็นต้องเรียนรู้ในการประกอบธุรกิจ

Posted by admin on Jul 30, 2014 in ธุรกิจ

drexelentrepreneurs
การวางแผนในการดำเนินธุรกิจที่ดีต้องมีความรู้ด้านการตลาด หรือสภาวะการแข่งขัน และแผนการเงิน เพื่อพิจารณาว่าผู้ประกอบการมีการบริหารจัดการที่ดีเพียงใด มีการบริหารต้นทุน การหารายได้ มีผลกำไรของธุรกิจโดยเฉพาะเรื่องของเงินสด ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญของความอยู่รอดของธุรกิจ การทำธุรกิจก็เปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ และยังก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาซึ่งการแข่งขันกันในตลาดมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ดังนี้

1.มีความชื่นชอบ ต้องมีความอดทนและเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่มันใช่และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ชอบจริงๆ

2.กำหนดตลาดให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ผิดพลาดกันมากที่สุด ดังนั้นการเริ่มต้นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่สมจริง เช่น ถ้าเป็นธุรกิจเริ่มต้นที่มีขนาดเล็กและยังเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาอยู่การมองหาเป้าหมายที่เป็นคนพื้นที่หรือเพื่อนนักเรียน นักศึกษาด้วยกัน ถือเป็นทางเลือกที่ดี

3.ราคาสินค้า การตั้งราคาของสินค้าหรือบริการสำหรับธุรกิจใหม่ๆ โดยไม่ศึกษาข้อมูลตลาดให้ถี่ถ้วน นั้นเป็นการเสี่ยงในการทำธุรกิจ

4.ความซื่อสัตย์ ถ้าไม่ซื่อสัตย์กับการทำธุรกิจอาจเสียลูกค้าไปได้ง่ายๆ เช่น โฆษณาว่าสินค้าใช้วัสดุชั้นดี แต่ในความจริงใช้วัสดุเกรดต่ำกว่าที่พูด ในส่วนนี้จะทำให้สูญเสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย

5.ใช้โซเชียลมีเดียอย่างเหมาะสม ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มักใช้การตลาดออนไลน์ สิ่งสำคัญคือการคิดให้รอบคอบก่อนใช้โซเชียลมีเดียว่าจะใช้อย่างไร และนำเสนออะไรลงไปบ้าง

6.การประชาสัมพันธ์ สำหรับการประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิมหรือการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวให้กับฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญราคาถูกกว่าไปลงโฆษณาบนโทรทัศน์

7.มองหาผู้ให้คำปรึกษา ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อาจจะมีความชำนาญทางด้านเทคโนโลยี แต่ต้องอย่าลืมว่าผู้ประกอบการรุ่นเก่านั้นมีประสบการณ์มากกว่า การจะไปสู้ไปกับแบรนด์ที่มีอยู่เดิมหรือการจะเข้าไปแชร์ตลาดคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้ให้คำปรึกษาเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง

สำหรับผู้ประกอบการที่คิดจะลงทุนทำธุรกิจควรจะศึกษาข้อมูลการทำธุรกิจต่างๆอย่างถี่ถ้วนก่อนลงมือทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียงบประมาณที่ลงทุนไป

Tags: , ,

Copyright © 2014 การทำธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจเป็นผู้เริ่มลงมือทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนขยายตัวให้ใหญ่ All rights reserved. Theme by Rankerz SEO Company