-

Startup บทบาทของผู้ประกอบการหน้าใหม่

Posted by admin on Aug 28, 2014 in ธุรกิจ

ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าบทบาทของผู้ประกอบการตั้งต้นใหม่ หรือที่เรียกว่า Startup นั้น ได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภายในปีนี้ โอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทุกค่ายต่างหันมาให้ความสำคัญ และช่วยกันสนับสนุนด้วยวิธีที่ต่างกัน เพื่อให้เกิดความคึกคักในตลาดและเปิดโอกาสให้ startup หน้าใหม่ได้กล้าเข้ามาลองเสนอไอเดียกับกลุ่มนักลงทุนมากขึ้น ทำให้ startup ecosystem ในเมืองไทยเริ่มเป็นรูปร่างอย่างเห็นได้ชัดและครบวงจร แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการอีกมาก ที่ยังคงมองหาความช่วยเหลือและการดูแลอย่างต่อเนื่องระยะยาว รวมทั้งการสนับสนุนทางด้านเงินทุนตั้งต้น หรือ pre-seed funding เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่เหล่านั้น ได้เริ่มลงมือทดสอบไอเดีย ว่าสิ่งที่คิดสามารถทำได้จริงและมีกลุ่มเป้าหมายรองรับชัดเจน ดั้งนั้นทางซิป้า ซึ่งเป็นองค์กรมหาชน ตระหนักถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และมองเห็นว่าการช่วยสนับสนุนในด้านการพัฒนาศักยภาพ การช่วยลงทุน และต่อยอดทางธุรกิจนั้นสำคัญเพียงใดกับธุรกิจตั้งต้นใหม่

คำว่า Business startup เป็นศัพท์ของฝรั่งที่หมายความกว้างๆว่าการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ มันหมายความว่าคนทั่วไปที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากจะลองเริ่มต้นแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงซึ่งก็เข้าสู่กระบวนการนี้ กระบวนการ Start up เริ่มต้นจากคนที่ยังไม่เคยทำเลย ไปจนถึงคนที่เริ่มต้นทำมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ไม่รู้จะไปต่อยังไง เพราะงั้น Scope มันก็เริ่มตั้งแต่คนที่ยังไม่ทำ คิดจะทำ หรือทำไปแล้ว หรือว่าถึงจุดๆหนึ่ง ประมาณปี-สองปี ถ้าไม่มีหลักการหรือวิชาการอาจจะเจอปัญหาและไปต่อไม่ได้ ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่สำคัญเพราะว่าธุรกิจที่เริ่มต้นขึ้นมาเองโดยส่วนใหญ่ก็จะหายไปในระยะนี้ พอเริ่มไปปั๊บแล้วไม่ได้มีการคิดไตร่ตรองให้ดี และทำไปตามที่คิดว่าควรจะเป็น ก็จะมีปัญหาร้อยแปดพันเก้าเข้ามา ก็จะต้องออกจากธุรกิจไป ทีนี้กระบวนการ Start Up ช่วยอย่างไร ก็คือช่วยให้คนที่สนใจจะเริ่มต้นหรือเริ่มต้นไปได้ระยะหนึ่งแล้ว 1สามารถเริ่มต้นได้และอยู่รอดไปได้อีก จะเรียกว่าระยะยาวก็ยังไม่ใช่ เพราะต้องต่อด้วย Level Up อีก หลักก็คือเริ่มต้นไม่ได้ก็ให้เริ่มต้นได้ เริ่มต้นได้ก็ให้ไปต่อได้

กระบวนการตรงนี้ถามว่าจำเป็นมากน้อยขนาดไหน ก็ขอเรียนว่าที่ผ่านมาโดยปกติธรรมชาติของการเริ่มต้นธุรกิจตามสถิติ ถึงไม่ได้ทำเรื่อง Start Up ก็มีคนทำธุรกิจอยู่แล้ว มีคนเริ่มต้นธุรกิจอยู่แล้วประมาณ 40,000 -50,000 ราย/ปี ในจำนวนนี้อีกไม่นานก็จะหายไป และก็ในแต่ละปีก็จะมีธุรกิจที่จากไปในจำนวนที่ไม่น้อยกว่ากัน คืออาจจะมีเริ่มต้นระดับหนึ่ง แล้วก็หายไป บางทีก็ครึ่งนึง บางทีก็มากกว่านั้น  “การพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีสมรรถนะเชิงเศรษฐกิจ เป็นแนวคิด ทฤษฎีหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบอาชีพอิสระ เราใช้กลยุทธ์ของ CEFE มาปรับใช้ ซึ่งแนวคิดนี้จะช่วยให้คนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจ คิดเริ่มต้นจากการประเมินตนเอง พอประเมินตัวเองว่ามีความพร้อมขนาดไหน ก็จะไปสู่ขั้นตอนการหา Business Idea คือแนวคิดธุรกิจที่แข่งขันได้ พอหาแนวคิดได้แล้วก็จะมีการทำรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น จะคิดในเชิงที่เรียกว่า Business Model คือจะบอกว่าธุรกิจที่เราหาแนวคิดมานี้ มันมีเค้าโครงยังไง เหมือนกับการทำแบบร่างของอาคารขึ้นมา แล้วมาดูว่าแบบร่างมันพอเหมาะพอเจาะยังไงรึเปล่า ถ้าเห็นว่าโอเคก็จะไปทำขั้นตอนต่อไปที่เรียกว่าแผนธุรกิจ Business Plan คือการทำรายละเอียด ซึ่งจะต้องมีการทดสอบอะไรหลายๆอย่าง เช่น การพิจารณาเรื่องการเงินว่าสมดุลเหมาะสมไหม จะต้องหาเงินจากแหล่งภายนอกไหม จะต้องหาเท่าไหร่ พอได้แผนธุรกิจก็ยังไม่จบกระบวนการ Start Up เราจะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่จะช่วยในเชิงลึกได้ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะให้ไปคุยกับสถาบันการเงิน ซึ่งเราจะประสานกับสถาบันการเงินเช่น SMEs Bank ธนาคารรัฐ/เอกชนต่างๆ และช่วยหาช่องทางการขายให้ด้วย แล้วเราก็มีกระบวนการติดตามผลว่าเขาทำไปแล้วมีปัญหา ติดขัดอะไร สมัยนานมาแล้วเรามีกระบวนการอบรมการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเริ่มต้นธุรกิจ เช่น การทำ contact กับลูกค้า การขาย การเจรจาต่อรอง มันเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะเจอตอนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจจริง เราก็จะเตรียมหลักสูตรมาตรฐานพวกนี้มาให้เขาเลือก shop สมัยก่อนเราเรียกว่า ตลาดวิชา SMEs เป็นเรื่องๆไป ที่แก้ปัญหาเฉพาะเรื่องไป เป็นบริการที่เสริมเข้ามา โดยปรกติบริการ Start Up ก็จะจบลงตรงนี้

Tags:

 
-

สิ่งที่ SME Startup จำเป็นต้องเรียนรู้ในการประกอบธุรกิจ

Posted by admin on Jul 30, 2014 in ธุรกิจ

drexelentrepreneurs
การวางแผนในการดำเนินธุรกิจที่ดีต้องมีความรู้ด้านการตลาด หรือสภาวะการแข่งขัน และแผนการเงิน เพื่อพิจารณาว่าผู้ประกอบการมีการบริหารจัดการที่ดีเพียงใด มีการบริหารต้นทุน การหารายได้ มีผลกำไรของธุรกิจโดยเฉพาะเรื่องของเงินสด ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญของความอยู่รอดของธุรกิจ การทำธุรกิจก็เปรียบเสมือนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ และยังก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาซึ่งการแข่งขันกันในตลาดมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ดังนี้

1.มีความชื่นชอบ ต้องมีความอดทนและเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่มันใช่และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ชอบจริงๆ

2.กำหนดตลาดให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ผิดพลาดกันมากที่สุด ดังนั้นการเริ่มต้นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่สมจริง เช่น ถ้าเป็นธุรกิจเริ่มต้นที่มีขนาดเล็กและยังเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาอยู่การมองหาเป้าหมายที่เป็นคนพื้นที่หรือเพื่อนนักเรียน นักศึกษาด้วยกัน ถือเป็นทางเลือกที่ดี

3.ราคาสินค้า การตั้งราคาของสินค้าหรือบริการสำหรับธุรกิจใหม่ๆ โดยไม่ศึกษาข้อมูลตลาดให้ถี่ถ้วน นั้นเป็นการเสี่ยงในการทำธุรกิจ

4.ความซื่อสัตย์ ถ้าไม่ซื่อสัตย์กับการทำธุรกิจอาจเสียลูกค้าไปได้ง่ายๆ เช่น โฆษณาว่าสินค้าใช้วัสดุชั้นดี แต่ในความจริงใช้วัสดุเกรดต่ำกว่าที่พูด ในส่วนนี้จะทำให้สูญเสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย

5.ใช้โซเชียลมีเดียอย่างเหมาะสม ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มักใช้การตลาดออนไลน์ สิ่งสำคัญคือการคิดให้รอบคอบก่อนใช้โซเชียลมีเดียว่าจะใช้อย่างไร และนำเสนออะไรลงไปบ้าง

6.การประชาสัมพันธ์ สำหรับการประชาสัมพันธ์แบบดั้งเดิมหรือการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวให้กับฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญราคาถูกกว่าไปลงโฆษณาบนโทรทัศน์

7.มองหาผู้ให้คำปรึกษา ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อาจจะมีความชำนาญทางด้านเทคโนโลยี แต่ต้องอย่าลืมว่าผู้ประกอบการรุ่นเก่านั้นมีประสบการณ์มากกว่า การจะไปสู้ไปกับแบรนด์ที่มีอยู่เดิมหรือการจะเข้าไปแชร์ตลาดคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้ให้คำปรึกษาเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง

สำหรับผู้ประกอบการที่คิดจะลงทุนทำธุรกิจควรจะศึกษาข้อมูลการทำธุรกิจต่างๆอย่างถี่ถ้วนก่อนลงมือทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียงบประมาณที่ลงทุนไป

Tags: , ,

 
-

STARTUP เทรนด์ร้อน เทรนด์ยอดนิยมธุรกิจเกิดใหม่

Posted by admin on Jun 23, 2014 in ธุรกิจ

‘สตาร์ทอัพ’โมเดลแจ้งเกิด ธุรกิจพันธุ์เล็กจากทุนใหญ่ กระแสร้อนที่ลามจากยุโรป-สหรัฐฯ มายัง”อาเซียน”ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อยากเป็นนายตัวเอง จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในไทย มีถึงประมาณ 73 ล้านเลขหมาย (ปี 2555) ฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 25 ล้านคน ขณะที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมีมากถึง 20 ล้านคน !

“กรุงเทพฯ” กลายเป็นเมืองหลวงของ Facebook ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก (11.8 ล้านคน) ประเทศไทยมีผู้ใช้งาน Application ที่ชื่อ Line มากเป็นอันดับ 2 ของโลก (15 ล้านคน) สนามบินสุวรรณภูมิ ได้รับการจัดอันดับเป็น The World’s Most Instagram Popular Destination 2012 ขณะที่ประเทศไทยยังติดอันดับ 15 ประเทศแรกในโลกสำหรับตลาดของ Mobile Application และเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!

นี่คือแรงผลักสำคัญ ดันให้ “ธุรกิจเกิดใหม่” หรือ สตาร์ทอัพ (Startup) ในกลุ่มดิจิทัลของไทย ที่ “หอมหวานสุดๆ” โดยมีกลุ่มทุนไทย-เทศ เป็นแหล่งทุนสำคัญ ในการ “สานฝัน” ปั้นธุรกิจให้กับเหล่าสตาร์ทอัพเหล่านี้

“เมื่อก่อนวงการสตาร์ทอัพ บ้านเรายังเล็กมาก ไม่ค่อยโต เพราะหนึ่งเลยนักลงทุนยังไม่ค่อยมอง และสอง คนมาทำก็ยังน้อย อย่างกิจกรรมที่จัดสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพ แทบไม่มีเลย แต่ปีที่แล้วจนมาปีนี้มีอีเวนท์สตาร์ทอัพเกิดขึ้นเยอะมาก เรียกว่าโตเป็น 2-3 เท่า เป็นเทรนด์ที่ร้อนแรงจริงๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน”

กับธรรมชาติของธุรกิจที่ เริ่มง่าย ต้นทุนต่ำ อาศัยความคิดเป็นหลัก สามารถเริ่มได้จากคนคนเดียว แถมยังโตเร็ว (High Growth) และสร้างมูลค่าได้มาก เลยยิ่งปลุกความสนใจจากทั้ง “คนทำ” และ “แหล่งทุน” ให้โดดเข้าใส่

บวกกับอานิสงส์จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกซบ จนเกิดการย้ายฐานของแหล่งเงินจากกลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนักจากทั่วโลก มาสู่ขุมทรัพย์ผืนใหม่
แน่นอนว่านาทีนี้คงไม่มีที่ไหนหอมหวานเท่า “อาเซียน” !! เริ่มที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย จนมาเวียดนาม ของไทยนี่เข้ามาทีหลังด้วยซ้ำ ซึ่งกลุ่มสตาร์ทอัพในภูมิภาคเติบโตสูงมาก ผมว่าเงินที่ไหลมาเป็นระดับหลายหมื่นล้านบาท เอาเฉพาะกองทุนที่มีอยู่ในไทยเวลานี้ก็ไม่น่าจะต่ำกว่าหมื่นล้านบาทแล้วที่ ลงทุนในสตาร์ทอัพ”เวลาเดียวกับการจัดกิจกรรมแข่งขัน

สร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในประเทศ ตั้งแต่ Echelon, DevFest, Startup Weekend และ AngelHack ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรมระดับโลก เพื่อให้กลุ่มสตาร์ทอัพในไทย ได้ขายไอเดียให้กับนักลงทุน ซึ่งพบว่า มีทั้งผู้สนใจในธุรกิจสตาร์ทอัพ และกลุ่มนักลงทุนทั่วโลก ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“ตอนนี้สตาร์ทอัพบ้านเรากำลังบูมอย่างมาก ที่ยุโรปก็บูม แต่สู้ภูมิภาคเราไม่ได้ เขามีปัญหาเพราะค่าตัวแพง คิดดูว่าให้เงินหนึ่งล้านบาทที่นี่ กับหนึ่งล้านบาทที่ยุโรปคุณค่ามันต่างกัน หนึ่งล้านบาทที่นี่อาจจะให้รีเทิร์นกลับมาเร็วกว่า ขณะที่เขามองต่อไปอีกว่า ที่โน่นแม้ทำธุรกิจเกิด แต่คนไม่มีตังค์ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ฉะนั้นรีเทิร์นก็จะไม่ดีตามไปด้วย แต่ภูมิภาคเราคนมีตังค์ พร้อมที่จะซื้อ พร้อมที่จะจ่าย

Tags: , ,

 
-

นักธุรกิจที่เข้าใจวงจรธุรกิจจะสามารถเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้

Posted by admin on Jun 2, 2014 in ธุรกิจ

ความรู้คือคุณสมบัติพื้นฐานสำคัญที่สุด

ซึ่งผู้คิดอยากสร้างกิจการของตนเองจำเป็นต้องมี เพราะความรู้เปรียบเสมือนใบเบิกทางในการริเริ่มสร้างกิจการให้ประสบความสำเร็จ โดยความรู้ที่สำคัญที่เจ้าของกิจการควรมีประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการทำกิจการและความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับกิจการที่จะทำ ซึ่งความรู้ที่ดีคือสิ่งที่สามารถนำมาปรับใช้ในการบริหารกิจการได้อย่างเหมาะสมและมีประโยชน์ นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่สามารถแสวงหาได้ตลอดเวลา จึงไม่เป็นปัญหาหากผู้ที่ต้องการจะเริ่มประกอบกิจการไม่มีความรู้และประสบการณ์ในบางเรื่องมาก่อน เพราะสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมและค่อยๆเรียนรู้ได้

สังคมปัจจุบันเป็นสังคมมนุษย์ที่มีความต้องการสินค้าและบริการ

รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆจึงเกิดองค์กรธุรกิจที่ทำหน้าที่จำหน่ายสินค้าและบริการขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งเป็นผู้อุปโภคบริโภคในการเลือกสรรสินค้าหรือบริการที่ตนพึงพอใจมากที่สุด ในขณะเดียวกันองค์กรธุรกิจก็มุ่งหวังผลกำไรที่จะได้รับภายใต้การแข่งขันซึ่งกันและกัน เพื่อส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากที่สุด องค์กรธุรกิจเหล่านี้จึงมีหน้าที่แตกต่างกันไป นักธุรกิจที่เข้าใจวงจรธุรกิจจะสามารถเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเพราะเมื่อสินค้าหรือบริการราคาสูงขึ้นแล้วก็ต้องลดลงได้ตามวงจร จึงต้องรู้จักโอกาสในการดำเนินธุรกิจผู้ที่เข้าใจวงจรธุรกิจจึงได้เปรียบกว่า เพราะสามารถปรับแผนการทำงานให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธุรกิจมีหน้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด เริ่มจากการผลิตสินค้าหรือบริการจนสินค้าถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินงานให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรมากที่สุด และนอกจากนี้มีหน้าที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินกิจการไปได้ด้วยดี จำเป็นต้องมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ซึ่งทำหน้าที่ปรับปรุงและประสานงาน ได้แก่ หน้าที่จัดการทั่วไป การเก็บรักรวบรวมข้อมูลเพื่อธุรกิจ ฯลฯ

รูปแบบแนวคิดของผู้ประกอบการ

- ซื่อสัตย์สุจริต คือ มีความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเอง กิจการ ลูกค้า สินค้าไม่ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าด้อยคุณภาพ สินค้าปลอมปน ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
- ขยันหมั่นเพียร ผู้ประกอบการต้องมีความมานะ อดทน ขยันหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆก็จะทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้
- ความรอบรู้ ผู้ประกอบการที่มีความรอบรู้ มีประสบการณ์ ไหวพริบ รู้ธุรกิจ รู้สินค้า รู้ลูกค้า รู้จักคู่แข่งขัน จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
- ความสามารถในการบริหาร ต้องรู้จักวางแผน จัดองค์กร บุคลากรและความสามารถในการวินิจฉัย สั่งการ
- ความเชื่อมั่น จะต้องเชื่อมั่นในตนเอง กล้าเสี่ยง กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ
- ประกอบธุรกิจถูกกฎหมายและไม่ขัดต่อศีลธรรม

Tags: , ,

 
-

แนวคิดธุรกิจยุคใหม่ไม่ต้องพึ่งประสบการณ์สำหรับผู้ประกอบการ Startup

Posted by admin on Apr 19, 2014 in ธุรกิจ

นับแต่อดีตเป็นต้นมาหลายครั้งที่ค่านิยมถูกนำไปผูกติดกับความเชื่อในแบบผิดๆ ซึ่งมักบังคับช่องทางการทำธุรกิจให้แคบลงอยู่เสมอ ความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเอาเสียเลยในปัจจุบัน เพราะดูเหมือนจะเป็นการไปจำกัดความก้าวหน้าอย่างสิ้นเชิงสำหรับนักธุรกิจสายเลือดใหม่ โดยหนึ่งในความเชื่อที่เป็นข้อผูกมัดให้ไม่อาจทำให้เริ่มธุรกิจใหม่ได้ก็คือความเชื่อเรื่องประสบการณ์ ซึ่งมักได้รับการบอกกล่าวจากรุ่นสู่รุ่นว่าธุรกิจเป็นเรื่องของประสบการณ์ วันนี้เรานำแนวคิดดีๆสำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจของตนเองมาฝากกันค่ะ ดังต่อไปนี้

1. แสวงหาความต้องการของตลาด

การมองหาความต้องการของตลาดเป็นสิ่งแรกที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่พึงจะต้องกระทำ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับสิ่งประดิษฐ์และบริการ เพราะต้องเข้าใจในพื้นฐานของคนเราที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน และเชื่อเถอะว่าไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการใดสามารถตอบสนองความต้องการได้ครบและครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภคได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือช่องทางและโอกาสทองของผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องจับตลาดความต้องการของผู้บริโภคที่มักเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ และทำผลิตภัณฑ์ออกมาตอบสนองความต้องการในส่วนดังกล่าวให้จงได้ ซึ่งแนวทางนี้ไม่ต้องใช้ประสบการณ์เลยแม้แต่น้อย ที่ต้องใช้คือการทำวิจัยดีๆ ต่างหาก

2. เลือกทำธุรกิจอย่างชาญฉลาด

ผู้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจหลายคนส่วนมากก็ไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจมาก่อน เพียงแต่พวกเขามีมุมมองอันชาญฉลาดและรู้ว่าธุรกิจอะไรควรลงไปแข่ง ธุรกิจอะไรควรเว้นวรรค หรือที่เรียกว่าการประเมินโอกาสทางธุรกิจนั่นเอง วิธีการประเมินธุรกิจเบื้องต้นที่ง่ายที่สุดคือการประเมินศักยภาพของธุรกิจของตนเองและกลุ่มตลาดเป้าหมาย ตัวอย่างคือ พิจารณาปัจจัยทางความพร้อม บุคลากร เงินทุน การบริหาร บวกกับแนวทางการเติบโตของกลุ่มเป้าหมายที่จะลงไปจับ คู่แข่ง ความต้องการหลักของผู้บริโภค เมื่อนำปัจจัยทั้ง 2 ด้านมาวิเคราะห์ประกอบกันแล้วก็จะรู้เองว่าธุรกิจดังกล่าวมีความน่าลงทุนขนาดไหนที่จะส่งผลิตภัณฑ์และบริการลงไปแข่งด้วย จึงจะเรียกว่าเป็นการทำธุรกิจอย่างชาญฉลาดที่มีแต่ได้มากกว่าเสียนั่นเอง

3. สร้างความน่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดจุดด้อยในเรื่องการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับบริษัทหน้าใหม่ๆ คำถามที่มักพบเป็นประจำเมื่อเวลาไปขายงานต่อหน้าลูกค้าคือ หากไม่มีประสบการณ์อะไรเลยแล้วสิ่งไหนจะมาเป็นตัวช่วยบ่งชี้ว่าคุณจะทำงานให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่นำเสนอมาได้ ผู้ประกอบการหลายรายเมื่อได้ฟังคำถามนี้ก็แทบตกเก้าอี้เพราะไม่สามารถตอบคำถามที่ยิงมาจากปากลูกค้าได้ ทางออกของปัญหาดังกล่าวคือสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในกรอบการดำเนินงานของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนเงินทุนสำรอง ยอดหมุนเวียนในกระแสเงินสด และที่สำคัญคือประวัติการทำงานที่ผ่านมาของบริษัทต้องไม่มีข้อผิดพลาดจนถูกฟ้องร้องหรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้นจากการทำงานโดยเด็ดขาด เรียกได้ว่าทำประวัติการทำงานของบริษัทให้เนียนเข้าไว้จะช่วยทดแทนจุดด้อยในเรื่องของการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี

4. อาศัยและพึ่งพาทรัพยากรฟรี

เพราะความที่ยังไม่มีประสบการณ์จึงต้องอาศัยความทุ่มเทและการประหยัดมัธยัสถ์เป็นหลัก ด้วยการไปศึกษาหาข้อมูลและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจที่ให้บริการฟรีในรูปแบบเครือข่ายอย่างในโลกสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ที่มักให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจแบบฟรีๆ ไม่เสียเงินเลยสักบาท บางครั้งอาจช่วยพิจารณาการวางแผนธุรกิจและช่วยกระจายข้อมูลในเรื่องการทำงานให้ด้วย ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือในลักษณะของมิตรภาพที่ไม่อาจตีราคาได้ นอกจากนี้การศึกษาหาข้อมูลการทำธุรกิจจากห้องสมุดต่างๆ และการเข้าอบรมสัมมนาทางวิชาการตามมหาวิทยาลัยก็เป็นวิธีการช่วยเพิ่มความรู้ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

5. ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเพื่อประหยัดงบทางธุรกิจ

ผู้เริ่มประกอบธุรกิจในช่วงแรกต่างรู้ดีว่าเงินทุนเป็นสิ่งมีค่ามากที่สุด การใช้จ่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษหรือเรียกง่ายๆ ว่าการประหยัดนั่นเอง โดยหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยลดรายจ่ายได้เป็นอย่างดีคือ การใช้งานอินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจสามารถค้นหาจากทางโลกออนไลน์ได้แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเขียนแผนทางธุรกิจ การดาวน์โหลดเอกสาร และที่สำคัญคือสถิติต่างๆ ที่มีเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตก็มีอยู่เป็นจำนวนมากและฟรีอีกด้วย หากไปว่าจ้างบริษัทรับทำสำรวจจะเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก และไม่คุ้มค่าสำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วย

6. ใช้จุดแข็งให้เกิดประโยชน์

เครื่องมือที่สำคัญที่สุดของผู้ประกอบการในการลดปัญหาที่เกิดจากการขาดประสบการณ์ทางธุรกิจก็คือใช้จุดแข็งเข้าต่อสู้ ผู้ประกอบการจะต้องสำรวจตนเองก่อนว่ามีจุดแข็งในเรื่องอะไรที่จะสามารถไปต่อกรกับคู่แข่งบนท้องตลาดได้ อาจเป็นราคาที่ถูกกว่า คุณสมบัติที่ดีกว่า ฯลฯ แล้วพัฒนาเครื่องมือดังกล่าวนำมาใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้กับคู่แข่งที่มักอ้างเรื่องประสบการณ์เป็นจุดเด่น ซึ่งการใช้จุดแข็งของธุรกิจเข้ามาต่อสู้นี้ต้องใช้ทักษะส่วนตัวของผู้ประกอบการค่อนข้างมากในการบริหารจัดการให้ตรงกับยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้

ประสบการณ์ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ประกอบการจะหาซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อทั่วไปและส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นการค้นหาจุดแข็งในด้านอื่นๆ เพื่อนำมาทดแทนจุดด้อยดังกล่าวจึงเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึง “กึ๋น” ในการบริหารจัดการของผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี

Tags: ,

Copyright © 2014 การทำธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจเป็นผู้เริ่มลงมือทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนขยายตัวให้ใหญ่ All rights reserved. Theme by Rankerz SEO Company